ฤดูฝนกับเหตุการณ์ที่ไม่มีวันลืม

   wall

จาก Blog ที่ผ่านมาที่ผมได้แนะนำการเตรียมพร้อมรับมือกับหน้าฝนวันนี้ผมจะมาสารภาพว่า ผมได้เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากเข้าหน้าฝนมาได้ไม่นานเหตุการณ์นี่เริ่มขึ้นในช่วงเย็นหลังเลิกงานที่ยังคงมีฝนตกเช่นทุกวัน ด้วยความรีบร้อนยากกลับบ้านปรกติผมจะเอาโทรศัพท์ มือถือของผมนั้นเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายเช่นทุกที แต่วันนี้ตอนที่ผมรอรถเมล์ที่หน้าบริษัท จึงได้หยิบมาเช็คผลบอลคู่เมื่อคืนที่ผมแทงไว้กับเว็บ Sbobet ที่ผมใช้แทงบอลออนไลน์เป็นประจำ เมื่อเช็คเสร็จผมดันลืม และใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อแทน

1

เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเท่อผมลงรถเมล์เพื่อเดินเข้าไปในซอยบ้านผม ประมาณ 500 เมตรที่ต้องลุยฝนไป ด้วยความรีบร้อนจึงได้วิ่งฝ่าฝนจากป้ายรถเมล์จนถึงบ้านโดยที่ลืมไปว่าโทรศัพท์ยังอยู่ที่กระเป๋าเสื้ออยู่เลยเมื่อกลับมาถึงบ้านก็สายไปเสียแล้วเพราะโทรศัพท์นั้นเปียกชุ่มไปด้วยฝน และตามคาดเครื่องดับ จากที่เคยได้ยินจากคนใกล้ตัวแนะนำมาว่าถ้าโทรศัพท์โดนน้ำจนกับห้ามเปิดเครื่องให้ถอดแบตออกและนำไปแช่ในถังข้าวสารไง้ซัก 1 อาทิตย์ ผมจึงไม่รอช้าลองทำดู

99

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปเมื่อผมได้นำโทรศัพท์มาประกอบ และลองเปิดเครื่องดูแต่ก็ยังไม่ติดผมจึงสันนิฐานว่าโทรศัพท์เครื่องนี้น่าจะพังแล้วอย่างแน่นอน ซึ่งผมก็ได้เตรียมใจไว้บ้างแล้ว จึงได้วางแผนที่จะถอยโทรศัพท์เครื่องใหม่ซะเลย อนึ่งเพราะมือถือที่พังไปอายุก็ปาเข้าไป 3 ปีแล้ว ก็น่าจะถือเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแล้ว ซึ่งผมก็ได้ชั่งใจอยู่นานว่าจะเอารุ่นไหนดี เพราะวาในปัจจุบันค่ายมือถือนั้นก็ขยันกันออกรุ่นใหม่กันซะเหลือเกิน หลังจากหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตมาพักใหญ่จึงได้รุ่นที่สามารถตอบโจทย์ในการใช้งานของผมได้

5

Huawei P9 Plus มือถือรุ่นใหม่ที่ได้เข้าทำตลาดในประเทศไทยได้ไม่นาน เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน จากการดู Review หลายๆ ที่แล้วถือว่า เป็น Smart Phone ที่สามารถตอบโจทย์ ไลน์สไตร์การใช้ชีวิตของผมได้อย่างตรงจุด และอีกอย่างคือเป็นตัว Top ที่ความแรงไม่แพ้แบรนด์ชั้นนำแต่ได้ราคาที่ถูกกว่ามาก ในปัจจุบันผมก็ยังรู้สึกว่าคิกไม่ผิดเลยที่ออกมือถือรุ่นนี้มาใช้งาน โดยผมทดสอบโดยการเข้าไปแทงบอลกับเว็บที่ผมใช้งานเป็นประจำอย่าง Sbobet ก็สามารถเข้าใช้งานได้อย่างใหลลื่นไม่มีอาการสะดุดให้รำคาญใจเลย

วิธิรับมือกับหน้าฝนในแบบของผม

1

  ในช่วงที่ผ่านมาจากที่ผมได้ดูข่าว และติดตามสภาพอากาศผ่านทาง อินเตอร์เน็ตได้ความว่าในช่วงนี้เริ่มจะเข้าหน้าฝนแล้ว แถมช่วงนี้ก็มีฝนประปรายตกลงมาในช่วงเย็นทุกวัน สำหรับผมที่ทำงานเลิกช่วงเย็นทุกวัน ปรกติก็เป็นช่วงที่เดินทางกลับบ้านลำบากอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ต้องพบเจอกับปัญหาฝนตกหลังเลิกงานอีก ยิ่งทำให้การเดินทางนั้นลำบากเพิ่มขึ้นไปอีก และยังต้องดูแลสุขภาพตัวเองไม่ให้เป็นหวัด และต้องไม่ตากฝนเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะทำให้เราไม่สบายได้

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาคนใกล้ตัวผมหลายคนที่รับมือกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่ทันจนไม่สบายไปหลายคน จากการสอบภามได้ความว่าบางคนนั้นก็ตากฝนเวลากลับบ้านบ้าง แพ้อากาศบ้าง นั่นจึงทำให้ผมต้องมีการเตรียมตัวเพื่อป้องกันตัวเองให้สุขภาพดีอยู่เสมอ และไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงกับฝน วันนี้ผมจึงอยากจะแนะนำวิธีการรับมือกับหน้าฝนง่ายที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

-ไม่เดินลุยในน้ำขัง อย่างที่เราเห็นเวลาเราออกไปนอกบ้านหลังฝนตกหรือฝนกำลังตกอยู่มักจะมีน้ำท่วมขังอยู่จามหลุมหลุมบนฟุตบาท หรือตามถนนในซอย เพราะในน้ำขังเหล่านั้นเป็นแหล่งแพร่เชื่อโรค และสำหรับท่านที่มีแผลบริเวณขาหรือเท้าขอแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

2

-หากมีเหตุการณ์ที่ต้องลุยน้ำขังหรือต้องเปียกฝน เมื่อเรามาถึงบ้านควรอาบน้ำ สระผม ชำระล้างร่างกายโดยทันที เพราะถ้าหากเราปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดอาการน้ำกัดเท้า การล้างตัวหลังผ่านการลุยน้ำมาต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษกว่าการอาบน้ำทั่วไป เพราะเชื้อโรคอาจจะติดอยู่ตามซอกนิ้ว หรือซอกเล็บได้

-เสื่อผ้าที่เปียกฝนควรนำไปซักทันทีเพราะว่าการปล่อยเอาไว้นั้นอาจจะเกิดเชื้อราบนผ่าได้ เหตุการณ์นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ในตอนนั้นพอผมตากฝน และถึงบ้าน ก็ถอดเสื้อผ้าไว้ไม่ได้เอาไปซัก พอผ่านไป 2 3 วัน ปรากฏว่ามีเชื้อรา และกลิ่นที่ไม่ถึงประสงค์ขึ้นบนเสื้อ ผมจึงตัดสินใจทิ้งเสื้อตัวนั้นทันที

Blog นี้ผมก็อยากจะมาแชร์ความรู้สึก และอยากให้เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านได้เตรียมตัวรับมือกับหน้าฝน เพราะถ้าหากเราเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วพบกันใน Blog หน้านะครับ

3

กินข้าวกับเพื่อนสมัยเด็กที่ห้างใกล้บ้าน

1-2

   มาถึง Blog นี้ผมก็มีเรื่องราวที่ประทับใจมาเล่าให้ฟัง เริ่มจากเมื่อเดือนก่อนในช่วงก่อนนอนผมก็ได้เล่น Social Network และเข้าไปเจอกับกลุ่มของเพื่อนในสมัยเด็ก ที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่เรียนจบ ผมจึงได้แอดไปหาด้วยความติดถึง เนื่องจากเมื่อก่อนในสมัยเรียนเราสองคนค่อนข้างที่จะสนิทกัน ในวันรุ่งขึ้นก็มีข้อความตอบกลับมาจากเพื่อนคนนั้น ซึ่งเค้าก็ดีใจเหมือนกันที่ได้คุยกันอีกหลังจากที่เรียนจบไปแล้ว

2เราทั้งคู่ต่างพูดคุยกันถึงเรื่องราวในอดีตในสมัยที่เรายังเรียนอยู่ด้วยกัน ซึ่งผมก็ทราบมาว่าเข้าก็ได้ย้ายมาทำงานที่ กทม. เหมือนกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นโอกาสดีผมจึงได้ลองนัดเพื่อมาพูดคุย และทานข้าวกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งเพื่อนผมก็ว่างพอดีเราเลยนัดเจอกันเพื่อทานข้าวที่ห้างใกล้บ้านของผม แต่จะไปกัน 2 คนก็กลัวจะไม่สนุกเลยชวนเพื่อนอีก 2 คนที่เคยเรียนอยู่ด้วยกันมาด้วย

2-2

ตัดมาในช่วงเช้าวันเสาร์ถึงเวลาที่ผมจะออกไปเจอกับเพื่อน ซึ่งเรานัดกันตอน 10 โมง เพราะว่าบ้านผมอยู่ใกล้จึงมาถึงก่อนคนอื่น ไม่นานพวกเพื่อนก็มากันครบ รวมไปถึงเพื่อนในวัยเด็กด้วย  ซึ่งจากวันที่เราจากกันก็ไม่เคยเจอหรือดพูดคุยกันเลย ถ้าไปเจอกันที่อื่นผมคงจำไม่ได้แน่ๆ เรานัดกันว่าจะไปทาน ชาบู ที่ร้านหนึ่งซึ่งกำลังจัด Promotion  มา 4 จ่าย 3 ซึ่งก็เข้าทางพวกเราเลย เพราะพวกเรามากัน 4 คนพอดี

5-1

ต้องขอบคุณเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทำให้พวกเราได้พบกันอีก ถ้าเป็นในอดีตนั้นการที่จะได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น โอกาสแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากต้องมีการเลี่ยงรุ่น งานบวช งานแต่ง หรือจะบังเอญพบกันซึ่งก็ไม่แน่ใจอีกว่าจะจำกันได้หรือเปล่าด้วย

3-2

วันหยุดสุดสัปดาห์กับการแชร์ความรู้สึกหลังจากไปเที่ยวเกาะล้าน

   111

ผ่านมาได้ซักพักแล้วกับการไปพักผ่อนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เหนื่อยล้ากับลการทำงานมาตลอดทั้งปี ในทริบที่แล้วที่ผมได้ไปเที่ยวที่เกาะล้าน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก เพราะได้ใช้เวลาในการนั่งคิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างในช่วงเวลาที่ผ่านมา การได้มาพักผ่อนในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาตินั้นเหมือนได้เติมเต็มพลังชีวิต เพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่แสนจะวุ่นวาย

5ตลอดการเที่ยวนั้นตั้งแต่เริมเดินทางผมได้ถ่ายภาพเก็บไว้ตลอดเส้นทางจนจบทริบ ด้วยกล้องมือถือ การเก็บภาพ นั้นก็เพื่อนการเก็บความทรงจำในช่วงเวลาต่างๆ ที่เราเคยผ่านมา ทุกครั้งที่ผมได้มีโอกาสออกไปเที่ยวหรือออกไปทำงานนอกพื้นที่ก็จะถ่ายภาพเก็บไว้เสมอ ในคอมผมจึงมีภาพถ่ายอยู่เยอะมาก และผมเป็นคนที่ชื่นชอบการเล่น Social Media มากโดยเฉพระ Facebook กับ Twitter ซึ่งผมชอบโพสเกี่ยวกับเรื่องราว และเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต เปรียบเสมือนเป็นอีกหนึ่งสังคมของผมเลยทีเดียว

2

หลายครั้งที่ผมรู้สึกเหงา และขาดกำลังใจในการดำเนินชีวิต หรือมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน หรือความรัก สังคมออนไลน์ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งผมใช้ในการระบายความในใจ และบันทึกเรื่องราวไว้ หลายครั้งก็จะมีเพื่อนๆ ในโซเชี่ยวที่คอยให้กำลังใจ บางคนก็แชร์ปัญหาของตัวเองที่เหมือนกัน บางทีก็ช่วยให้คำแนะนำ ผมจึงคิดว่าหากเรารู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้ถูกทางนั้นจะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมากมาย

6ครั้งนี้ก็เช่นกันผมได้โพสเรื่องราวที่ผมได้ไปเที่ยวที่เกาะล้านผ่าน Facebook ส่วนตัวของผมก็มีเพื่อนๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก บางท่านก็เข้ามาสอบถามถึงที่พักที่ผมได้ไปใช้บริการ ถามถึงบรรยากาศระหว่างเดินทางซึ่งผมดีใจมากที่มีคนสนใจเรื่องราวที่ผมนำมาแบ่งปันในครั้งนี้

7

พักผ่อนที่เกาะล้านในช่วงวันหยุด

1

ในช่วงปีที่ผ่านมานับว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ต้องทำงานหนัก ตนแทบจะไม่มีเวลาในการพักผ่อนเลย ผมก็เลยมีความคิดที่ว่า ทำไมเราไม่ลองหาเวลาว่างจากงาน ซัก 2 3 วัน ออกไปชาร์จแบตให้กับร่างกายโดยการพาตัวเองออกจากเมืองหลสงที่แสนวุ่นวายแห่งนี้ ซึ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนเดือนอย่างเรานั้น ก็มีทางเลือกในการพักผ่อนไม่มากนักดังนั้นผมจึงได้เลือกสถานที่พักผ่อนให้ไกล้นที่สุด เพื่อให้เดินทางได้สะดวก การเดินทางในครั้งนี้จุดหมายก็คือ “เกาะล้าน” นั่นเองสาเหตุที่ผมจะไปเที่ยวทะเลก็คือ เดินทางสะดวก ห้องพักจองง่าย ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ

21

เมื่อถึงวันที่จะต้องเดินทางเราก็เริ่มกันด้วยการเดินทางด้วยระบบรถสารธารณะ ซึ่งการเดินทางแบบนี้จะสะดวกกว่าการนำรถส่วนตัวไป เราเริ่มขึ้นรถตู้เวลา 9.00 น. บริเวณ รถตู้ ที่ อนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ

22

เพื่อเดินทางที่แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ซึ่งถือเป็นจุดหมายของเรา ก่อนที่จะเดินทางไปเกาะล้านซึ่งต้องต่อเรือไปอีกต่อหนึ่ง

4

เมื่อเรามาถึง แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ แล้วเราก็ได้เข้าไปพักที่โรงแรมที่เราได้จองไว้ก่อนที่จะเดินทางมาแล้ว เมื่อผมเดินทางมาถึงโรงแรมก็ต้องนอนพักเพราะว่าเหนื่อยจากการเดินทาง

3

และตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเมื่อถึงเวลากลางคืนจะออกไปเที่ยวย่าน Walking Street ซึ่งเป็นย่านชื่อดังที่มีทั้งร้านอาหาร ผับบาร์ และชาวต่างชาติมากมายที่เดินทางมาเที่ยวถือว่าเป็นเสน่ห์ อย่างหนึ่งของเมืองพัทยาเลย

hood

เมื่อถึงเวลาตื่นนอนชาร์จแบต จากการเดินทางมาแล้ว อย่างแรกเมื่อผมตื่นนอนผมก็ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาร้านอาหารที่ผมจองไว้ เพื่อที่จะไปทานกับครอบครัวในช่วงมื้อค่ำ เมื่อถึงเวลาก็ไปเที่ยว Walking Street นับว่าไม่ผิดหวังที่ได้มาพักผ่อนที่พัทยาก่อน 1 คืน

32

ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่สดใส เก็บของจากที่พัก พร้อมเดินทางไปที่ท่าเรือเพื่อเดินทางไปที่ท่าเรือก่อนเดินทางไปเกาะล้าน เมื่อไปถึงก็แวะถ่ายรูปซักหน่อยก่อนซื้อตั๋วเดินทางขึ้นเรือ ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที เท่านั้นเมื่อไปถึงเกาะล้านก็ต้องแปลกใจ

7

เพราะวันนี้มีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงเกาะแล้วผมก็เดินทางไปที่พักทันที

8

เมื่อถึงที่พักแล้วถือว่าผมพอใจสำหรับห้องพักมากเพราะทั้งสวย สะอาด สบายตา และที่สำคัญคือที่พักราคาเหมาะสมกับคุณภาพที่ได้รับ

9

พอเช็คอินแล้วผมก็ได้เช่ารถจักรยานยนต์เพื่อใช้เดินทางไปบริเวณรอบเกาะ ซึ่งในเกาะนี้จะมีทั้งจุดชมวิว และชายหาดมากมาย นับว่าการทีได้มาเที่ยวพักผ่อนที่นี่สามารถเติมเต็มความสุข และได้พักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมมาสู้กับงานต่อไป

10